หมวดสินค้า
ทั้งหมด (4973)

   เข็มขัดโรเดียม
   กางเกงผ้าพิมพ์ทองลายไทย
   ผ้าสไบลายขิด
   เสื้อสีดำ
   ผ้าถุงสีดำ
   ผ้าไหม-ไทย
   เข็มขัดสีทอง
   กางเกงผ้าฝ้ายพิมพ์ลาย
   ผ้าคลุมไหล่
   เสื้อผ้าไหมสีพื้น
   ผ้ายกขิดลาว
   เข็มขัดโรเดียมหัวตีลาย
   กระโปรงผ้าฝ้ายพิมพ์ลาย
   เสื้อผ้าลูกไม้
   เข็มขัดโรเดียมหัวใหญ่
   ชุดเดรส
   เสื้อผ้าฝ้าย
   ผ้ายกขิดลาว 23"
   เข็มขัดระย้า
   เสื้อไหมญี่ปุ่น
   ผ้ายกขิดลาว จับจีบ
   เสื้อแฟชั่น
   สร้อยคอแฟชั่น
   ผ้าไหมเกษตร จับจีบสั้น
   สร้อยคอ-ต่างหู
   ผ้าไหมเกษตร จับจีบยาว
   ผ้าไหมเกษตรสั้น-ไม่มีซับกราวน์
   ต่างหู
   ผ้าไหมเกษตรสั้น-มีซับกราวน์
   หัวคัดผ้าซิ่น-ปิ่นปักผม
   ผ้าไหมสีพื้น
   กำไรข้อมือ
   ผ้าไหม-การบิน
   ไหมแพรทิพย์
   ผ้าไหมตีนจกลาว
   ผ้าซิ่นลาว-เวียงจันทน์
   ผ้าฝ้ายแกมไหม
   ผ้าฝ้ายทอมือ
   ผ้าฝ้ายประดิษฐ์
   ผ้าฝ้ายเชิงสอดดิ้น
   ผ้าฝ้ายแบบเชือกผูก
   ผ้าพิมพ์ทองลายไทย
   ผ้าฝ้ายทอมือลำพูน
   ผ้าฝ้ายทอมือนากา
   ผ้าฝ้ายทอมือนากา-สั้น
   ผ้าฝ้ายพิมพ์ลาย
   ผ้าฝ้ายพิมพ์ลายสั้น
   ผ้าซิ่น ผ้าถุง ยังไม่เย็บ
   ผ้าโสร่ง
   สินค้าราคาถูก มีตำหนิ
เข้าสู่ระบบ
ตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้า

สินค้าขายดี
TH076 ผ้าไหมไทย ยาว.html TH076 ผ้าไหมไทย ยาว 250 บาท

NO035 ผ้าฝ้าย ลาวเวียงจันทน์.html NO035 ผ้าฝ้าย ลาวเวียงจันทน์ 1,250 บาท

TH054 ผ้าไหมไทย ยาว.html TH054 ผ้าไหมไทย ยาว 250 บาท
รับข่าวสารทางอีเมล
Facebook
แท็ก
เสื้อผ้าฝ้าย เสื้อผ้าฝ้ายสตรี สร้อยคอ-ต่างหู สร้อยคอ ผ้าถุงสําเร็จ เข็มขัดโรเดียม ร้านปราถนา ผ้าถุงลาว ผ้ายกขิต ผ้าไหมลาว ผ้าไหมไทย ผ้าฝ้ายไทย ผ้าฝ้ายลาว ผ้าถุงไทย ผ้าซิ่น

กว่าจะเป็นฝ้าย
โดย : nichapa | เมื่อ : 2015-05-28 15:41 | เข้าชม : 1055

 
กว่าจะเป็นฝ้าย
         ฝ้าย  เป็นพืชเศรษฐกิจเจริญเติบโตในบริเวณที่มีอากาศร้อน ลักษณะดินเป็นดินเหนียวปนทราย อากาศโปร่ง ไม่ชอบที่ร่มเงาบัง  เส้นใยของฝ้ายดูดความชื้นได้ง่าย เหมาะสำหรับการเป็นเครื่องนุ่งห่มในเมืองร้อนเพราะฝ้ายดูดความชื้นแล้วความชื้นจะระเหยกลายเป็นไอ ผู้ที่สวมใส่เสื้อผ้าด้วยผ้าฝ้ายจะรู้สึกเย็นสบาย
 
การปลูกฝ้าย

         ฝ้ายจะปลูกในเดือนพฤษภาคมต่อกับเดือนมิถุนายน    หรือเดือนกรกฎาคมต่อเดือนสิงหาคม   แล้วแต่ภูมิภาคที่ปลูก  ซึ่งเป็นฤดูฝนเป็นช่วงที่ฝ้ายได้รับฝนดี  ครั้นประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมฝ้ายจะแก่และแตกปุย  การปลูกฝ้ายชาวบ้านจะปลูกไปพร้อมๆ กับการปลูกข้าว ระยะเวลาที่ใช้ในการปลูกฝ้ายจนกระทั่งสามารถเก็บปุยได้ใช้เวลาประมาณ ๖ - ๗ เดือน ชาวบ้านทุกครัวเรือนสามารถปลูกฝ้ายได้ แล้วนำเส้นใยของฝ้ายมาทอเป็นผืนผ้า สำหรับเป็นเครื่องนุ่งห่ม และใช้ในชีวิตประจำวัน
 
ฤดูปลูกฝ้าย

         แรกแย้มของดอกฝ้ายฤดูปลูกฝ้าย เป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งที่ต้องกำหนด เพราะปลูกฝ้ายก็เพื่อให้ได้ปุยฝ้ายสีขาวสะอาด ฉะนั้นจึงต้องกำหนดให้ฝ้ายไปแก่แตกปุยแตกสมอในเมื่อฝนหยุดแน่นอนแล้ว อายุของฝ้ายที่ปลูกเป็นอุตสาหกรรมโดยทั่วไป ตั้งแต่วันเริ่มงอกถึงวันแตกสมอ ใช้เวลาประมาณ ๑๒๐ วัน ถ้าปลูกฝ้ายต้นฤดูเกินไป ต้นฝ้ายจะงามก็จริง แต่เมื่อฝ้ายแตกสมอแล้วฝนยังไม่หยุดทำให้ปุยฝ้ายเปียกเสียได้ และถ้าปลูกล่าเกินไปต้นฝ้ายก็จะเล็กได้ผลิตผลต่ำ ฉะนั้น ฤดูกาลสำหรับปลูกฝ้ายจึงต้องเลือกเอาเวลาที่จะให้ผลดีที่สุด เช่น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นท้องที่ที่ฝนหมดเร็วและดินไม่อุ้มน้ำนั้น จะต้องปลูกฝ้ายในระยะปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม จะให้ผลิตผลดี ในภาคเหนือ เช่น แพร่ น่าน และลำปาง ควรจะปลูกในต้นเดือนกรกฎาคม ในภาคกลางตอนเหนือ เช่น แถบสุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ สระบุรี และลพบุรี ปลูกได้ดีภายในเดือนกรกฎาคม ส่วนในภาคกลางตอนล่าง ตั้งแต่นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี ลงไปถึงเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์นั้น ควรปลูกในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม การที่ต้องกำหนดเวลาปลูกแตกต่างกันไปเช่นนี้ก็เนื่องจากฤดูฝนหมดไม่เหมือนกัน
 
การเตรียมดิน

         ควรทำการเตรียมดินก่อนถึงฤดูปลูกประมาณ ๑ เดือน โดยการไถดะ ๑ ครั้ง พลิกดินและตากไว้ปล่อยให้วัชพืชแห้งตาย นอกจากนี้ศัตรูพืชอื่นๆ เช่น เชื้อโรค และแมลงศัตรูต่างๆ ก็จะถูกทำลายไปด้วย หลังจากนั้นประมาณ ๒ – ๓  สัปดาห์ จึงไถแปร ต่อมาก็ทำการพรวนดินให้มีขนาดละเอียดพอสมควรที่จะหยอดเมล็ดฝ้ายได้
 
ระยะปลูก
ระยะระหว่างแถว ๑๒๕ ซม. ระหว่างหลุม ๕๐ ซม.
 
วิธีการปลูก
ควรปลูกฝ้ายเป็นแนวขวางทิศทางลม โดยการหยอดเมล็ดเป็นหลุมๆ หลุมละ ๕ - ๗ เมล็ด กลบดินให้มิดเมล็ด การปลูกจะมี ๒ วิธีคือ  
 
การปลูกเมื่อดินมีความชื้นพอแล้ว วิธีนี้หลังจากหยอดเมล็ดพันธุ์แล้วจะกลบดินเพียงบาง ๆ ประมาณ ๒.๕ ซม.
การปลูกเพื่อรอฝน เป็นการปลูกในขณะที่ดินยังแห้งและมีความชื้นไม่เพียงพอกับการงอก วิธีนี้จะต้องกลบดินให้หนาเมล็ดอยู่ลึกประมาณ ๕ ซม.
การดูแลรักษา
ระยะการเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ
ฝ้ายเริ่มงอกหลังจากปลูกไปแล้ว ๓ - ๕ วัน และมีช่วงการเจริญเติบโตทางลำต้นและใบประมาณ ๒๘ วัน เมื่อฝ้ายอายุได้ ๑๕ - ๒๐ วัน ควรทำการถอนแยกต้นฝ้ายครั้งแรก ให้เหลือ ๒ ต้นต่อหลุม และทำการกำจัดวัชพืชด้วย   ในระยะนี้เกษตรกรควรระมัดระวัง  แมลงศัตรูฝ้ายประเภทปากดูด   เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยจักจั่น  เพลี้ยไฟ  เข้าทำลาย  หากพบว่ามีการระบาดของแมลงประเภทนี้ให้พ่นสารเคมี โอเมทโธเอท หรือโมโนโครโตฟอส อย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนโรคฝ้ายที่สำคัญในระยะนี้คือ โรคใบหงิก ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส โดยมีเพลี้ยอ่อนเป็นตัวนำเชื้อมาสู่ต้นฝ้าย ดังนี้หากกำจัดเพลี้ยอ่อนลงได้ ก็จะช่วยลดปริมาณการเป็นโรคใบหงิก ของฝ้ายได้
 
ระยะติดปี้ (ดอกอ่อน)
ฝ้ายเริ่มมีดอกอ่อน หรือติดปี้เมื่ออายุ ๒๘ - ๓๐ วัน ระยะนี้เกษตรกรควรถอนแยกต้นฝ้ายให้เหลือต้นที่สมบูรณ์ เพียง ๑ ต้น ต่อหลุมมีการกำจัดวัชพืช และใส่ปุ๋ย พูนโคนต้นฝ้าย ปุ๋ยที่ใช้ควรเป็น
 
ปุ๋ยสูตร ๒๐-๒๐-๐ อัตรา ๓๐ - ๔๐ กก./ไร่ ในพื้นที่ที่เป็นดินเหนียวสีดำ
ปุ๋ยสูตร ๑๒-๒๔-๑๒ อัตรา ๔๐ - ๖๐ กก./ไร่ ในพื้นที่ที่เป็นดินเหนียวสีแดง
ระยะออกดอก
ดอกฝ้ายบานฝ้ายออกดอกหรือดอกบานเมื่ออายุประมาณ ๔๐ - ๕๐ วัน ควรระมัดระวังการเข้าทำลายของหนอนเจาะสมอฝ้าย โดยหมั่นตรวจแปลงฝ้ายทุก ๓ - ๕ วัน     ในพื้นที่ขนาด ๕ ไร่     ทำการสุ่มตรวจต้นฝ้ายให้ ทั่วแปลงจำนวน ๓๐ ต้น ถ้าพบหนอนเจาะสมอฝ้ายมากกว่า ๖ ตัว จะต้องรีบพ่นสารเคมีกำจัด โดยใช้สารเคมีในกลุ่มออร์แกนโนฟอสเฟต เช่น ซัลโปรฟอส หรือ โปรเฟนโนฟอส สลับครั้งกับสารเคมีในกลุ่มอื่น ต้องไม่ใช้สารฆ่าแมลงเพียงกลุ่มเดียวฉีดพ่นกำจัดหนอนติดต่อกันตลอดฤดู
 
ระยะติดสมอ
ฝ้ายจะเริ่มติดสมอเมื่ออายุประมาณ ๖๐ - ๖๕ วัน ในระยะที่ฝ้ายติดสมอจนถึงช่วงก่อนสมอแก่ (๑๐๐  วัน) เกษตรกรต้องดูแลรักษาฝ้ายเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการป้องกันกำจัดหนอนเจาะสมอฝ้ายเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติในระยะที่ฝ้ายออกดอก หากพบว่ามีแมลงปากดูดชนิดใดชนิดหนึ่งระบาดจำเป็นต้องใช้สารเคมีประเภทดูดซึม เช่น โมโนโครโตฟอสพ่นเสริมด้วย
 
การใส่ปุ๋ย
มักจะปฏิบัติไปพร้อมกับการพรวนดินพูนโคน จะใส่ปุ๋ยเมื่อฝ้ายอายุประมาณ ๓-๔ สัปดาห์ หลังงอก การให้ปุ๋ยฝ้าย ๒ วิธี ดังนี้
 
การให้ทางดิน จะให้แบบโรยข้าง ๆ แถวฝ้าย อัตราปุ๋ยที่แนะนำคือ
ในดินเหนียวสีดำ ควรใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต ๓๐ กก./ไร่ หรือให้ปุ๋ยยูเรีย ๑๓ กก./ไร่
ใช้ดินเหนียวสีแดง ควรใช้ปุ๋ยสูตร ๑๒-๒๔-๑๒ อัตรา ๕๐ กก./ไร่
การให้ทางใบ จะผสมน้ำแล้วพ่นให้ทางใบฝ้าย มีปุ๋ยสูตรต่างๆ ในตลาดเกษตรกรนิยมใช้ปุ๋ยทางใบกับฝ้าย
ดอกฝ้ายที่แก่แล้วการกำจัดวัชพืช   
โดยใช้แรงงานคน สัตว์ เครื่องจักรกล หรือฉีดพ่นสารเคมีกำจัดวัชพืช
 
โรคที่สำคัญ    
ได้แก่ โรคใบหงิก โรคใบไหม้ โรคใบจุด และโรคเหี่ยว
 
แมลงศัตรูฝ้าย
ชนิดปากดูด ได้แก่ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยจั๊กจั่น เพลี้ยไฟ แมลงหวี่ขาว
ชนิดปากเจาะ ได้แก่ หนอนเจาะสมอฝ้าย
การใช้ประโยชน์
ปุยฝ้าย(Lint or Fiber)
ใช้ทำเครื่องนุ่งห่ม
เครื่องใช้ภายในบ้าน
วัตถุทางอุตสาหกรรม ยางรถยนต์ เบาะที่นั่ง เชือก ถุง สายพาน ผ้าใบ ท่อส่งน้ำ และการผลิตเส้นใยเทียม หรือ เรยอง (rayon)
 เมล็ดฝ้ายซึ่งประกอบด้วย ขนปุยที่ติดกับเมล็ด (linter or fuzz) เปลือกเมล็ด (Seed coat) และเนื้อในเมล็ด (Kernel) ส่วนประกอบแต่ละอย่างของเมล็ดสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
ขนปุย (linter or fuzz) : นำไปใช้ทำผ้าซึมซับ ทำเบาะผ้าสักหลาด พรม วัตถุระเบิด และอุตสาหกรรม เซลลูโลส เช่น ทำเส้นใยประดิษฐ์ ฟิล์มเอ๊กซเรย์ พลาสติก
เปลือกเมล็ด (Seed Coat) : นำไปใช้ทำเป็นส่วนประกอบของอาหารสัตว์ ทำปุ๋ย อินทรีย์ ใช้ในด้านอุตสาหกรรมพลาสติก ทำยางเทียม และเป็นส่วนประกอบในการเจาะและกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง
เนื้อในเมล็ด (Kernel) เป็นส่วนสำคัญของเมล็ดฝ้ายที่ใช้ประโยชน์ต่อมนุษย์ โดยนำไปสกัดเอาน้ำมัน (oil) ซึ่งใช้เป็นน้ำมัน ประกอบอาหารชนิดดีใช้ทำเนยเทียม ใช้เป็นตัวทำละลาย (Solvent or emulsifier) ในโรงงานอุตสาหกรรม ทำยารักษาโรค สารปราบโรคและแมลงศัตรูพืช เครื่องสำอาง ยางพลาสติก เครื่องหนังกระดาษและอุตสาหกรรมสิ่งทอ กากที่เหลือหลังจากสกัดเอาน้ำมันออกแล้ว มีปริมาณโปรตีนสูง นำไปทำเป็นอาหารสัตว์ เป็นปุ๋ย และมีการนำไปทำอาหารมนุษย์ เช่น ผสมทำขนมปัง ผสมอาหารพวกที่มีเนื้อ เช่น ทำไส้กรอก
ช่วงตั้งแต่เริ่มงอกจนกระทั่งเก็บเกี่ยวผลผลิต ควรมีการตรวจนับแมลงทุก ๓-๕ วัน และเมื่อพบว่า มีการระบาดถึงระดับเศรษฐกิจให้ฉีดพ่นสารเคมีกำจัด  เริ่มงอกจนถึงช่วงติดปี้ เน้นการป้องกันกำจัดแมลงปากดูด เช่น เพลี้ยจั๊กจั่น เพลี้ยอ่อน สารเคมีที่ใช้ ได้แก่ สารกลุ่มโมโนโครโตฟอส ตั้งแต่ช่วงติดปี้จนถึงเก็บเกี่ยว เน้นการป้องกันกำจัดหนอนเจาะสมอฝ้าย สารเคมีที่ใช้ ได้แก่ สารกลุ่ม ออร์แกนโนฟอสเฟต สลับกับสารเคมี กลุ่มอื่นๆ
 
ที่มา : http://www.chaimongkol.net/site/index.php/saiboon-julakatin/cotton

แสดงความคิดเห็น
บทความที่เกี่ยวข้อง
    ผ้าไหมลายลูกแก้วย้อมมะเกลือ
    ผ้าตีนจก
    10 ชุดประจำชาติอาเซียน
    ตรานกยูงพระราชทาน
    "ผ้ากาบบัว”
ค้นหาบทความ
สินค้าแนะนำ
  • KKT003 เข็มขัดสีทอง KKT003 เข็มขัดสีทอง 280 บาท

  • BBC 016-M เสื้อผ้าฝ้ายสตรี BBC 016-M เสื้อผ้าฝ้ายสตรี 250 บาท

  • KKS074 เข็มขัดโรเดียม KKS074 เข็มขัดโรเดียม 150 บาท

  • CT 095 ผ้าฝ้ายพิมพ์ลาย CT 095 ผ้าฝ้ายพิมพ์ลาย 250 บาท

  • CN066 ผ้าไหมตีนจกลาว CN066 ผ้าไหมตีนจกลาว 350 บาท

  • BT 018-34 เสื้อผ้าไหมสตรี BT 018-34 เสื้อผ้าไหมสตรี 750 บาท

  • SM035 ผ้าฝ้ายมัดหมี่ สไลด์สี SM035 ผ้าฝ้ายมัดหมี่ สไลด์สี 650 บาท

  • TU015 กางเกงสี่ส่วน TU015 กางเกงสี่ส่วน 200 บาท

  • TA020 ผ้าไหมไทย จับจีบยาว TA020 ผ้าไหมไทย จับจีบยาว 300 บาท